หมดยุคทำการตลาดแบบหว่านแห แล้วหวังพึ่งโชคชะตา
ข้อดีที่สุดของ Digital Marketing คือ 'ทุกอย่างสามารถวัดผลเป็นตัวเลขได้' คุณไม่ต้องเดาว่าบิลบอร์ดป้ายนี้คนเห็นกี่คน แต่ในโลกดิจิทัลคุณรู้ลึกไปถึงว่าคนคลิกมาจากไหน และซื้อสินค้ากี่บาท เพื่อให้ธุรกิจ SME ไม่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เจ้าของธุรกิจต้องทำความเข้าใจ 2 ตัวเลขสำคัญนี้
ROI vs ROAS แตกต่างกันอย่างไร?
- ROAS (Return on Ad Spend): ผลตอบแทนจากค่าโฆษณา
สูตร: (รายได้จากโฆษณา ÷ ค่าโฆษณา) x 100
ตัวอย่าง: จ่ายค่าแอดเฟซบุ๊กไป 10,000 บาท ได้ยอดขายกลับมา 50,000 บาท = ROAS 5 เท่า (หรือ 500%) ตัวเลขนี้ใช้ดูว่า 'โฆษณาแคมเปญนี้' มีประสิทธิภาพแค่ไหน แต่ยังไม่ได้หักต้นทุนสินค้า - ROI (Return on Investment): ผลตอบแทนจากการลงทุน (กำไรสุทธิ)
สูตร: ((รายได้ทั้งหมด - ต้นทุนทั้งหมด) ÷ ต้นทุนทั้งหมด) x 100
ต้นทุนทั้งหมดในที่นี้หมายถึง ค่าสินค้า, ค่าแอด, ค่าจ้างเอเจนซี่, ค่ากล่องพัสดุ ฯลฯ ตัวเลขนี้คือตัวบอกว่า 'ธุรกิจคุณกำลังได้กำไรหรือขาดทุน' อย่างแท้จริง
วิเคราะห์ตัวเลขอย่างแม่นยำด้วยเว็บไซต์คุณภาพ
การจะคำนวณตัวเลขเหล่านี้ได้แม่นยำ คุณต้องมีระบบเก็บข้อมูล (Tracking) ที่ดี Web1500 บริการรับทำเว็บไซต์พร้อมติดตั้งระบบ Google Analytics 4 (GA4) เพื่อติดตาม Conversion (การเกิดยอดขาย) อย่างละเอียด ช่วยให้คุณรู้ว่ายอดขายแต่ละบาทมาจากช่องทางไหน เพื่อนำไปปรับปรุงแผนการตลาดได้อย่างชาญฉลาด